“ภูมิใจไทย” ประกาศพัฒนาการท่องเที่ยวภาคใต้ต่อเนื่องแบ่ง 4 กลุ่มจังหวัด ดึงเรื่องเด่นมาเป็นจุดขาย

by torn @27 มี.ค. 2566 13:56 ( IP : 27...231 ) | Tags : ชิลล์ๆ เที่ยว-ชิม-ชอป , วาระภาคใต้
photo  , 960x960 pixel , 67,888 bytes.

แม่ทัพภาคใต้ “ภูมิใจไทย” ฟุ้งคนภาคใต้ให้การตอบรับนโยบายของพรรค โดยเฉพาะการพัฒนาการท่องเที่ยว พักหนี้ และประกันชีวิต 100,000 บาท เป็นนโยบายใหม่ที่ทำได้จริง เตรียมทำเรื่องท่องเที่ยวต่อ หลังจากทำแล้วแบ่งเป็น 4 กลุ่มจังหวัด ดึงเรื่องเด่นมาใช้เป็นจุดขาย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยงและกีฬา ในฐานะของแม่ทัพผู้รับผิดชอบการเลือกตั้งในภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า นโยบายของพรรคภูมิใจไทย ที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคและแกนนำพรรคปราศรัยหาเสียงและออกไปพบปะประชาชนได้สร้างกระแสการตอบรับจากประชาชนในภาคใต้ที่ดีมากๆ เช่น นโยบายเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ซึ่งทำเงินให้ประเทศที่สำคัญและสร้างการลงทุนสร้างงานให้แก่คนในพื้นที่เป็นจำนวนมาก

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวฯ ได้แบ่งพื้นที่การสร้างเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในภาคใต้เป็น 4 คัสเตอร์ด้วยกัน โดยจัดให้ จ.เพชรบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ชุมพร และ จ.ระนอง อยู่ในกลุ่ม ไทยแลนด์ริเวียร่า ส่วนพื้นที่ของกลุ่มจังหวัดอันดามัน 5 จังหวัด มีการแบ่งเป็นกลุ่มจังหวัด จ. พังงา เป็นการท่องเที่ยวในกลุ่ม “โลพามอน” โดยการพัฒนา เกาะคอเขาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว “โลพามอน” โดยขณะนี้ ททท. ได้เริ่มทำการศึกษาแล้ว ให้ จ.ภูเก็ต เป็นเมือง “สมาร์ทซิตี้” และ จ.กระบี่ เป็นเมืองสปา โดยเอา อ.คลองท่อม ซึ่งเป็นแหล่งที่มีน้ำพุร้อนเค็มแห่งเดียวที่มีอยู่มาเป็นจุดขายในการท่องเที่ยว

สำหรับในฝั่งอ่าวไทย จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครศรีธรรมราช จ.พัทลุง จ.สงขลา จะให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เชิงประวัติศาสตร์ จะมีการรื้อฟื้นอาณาจักรศรีวิชัยมาเป็นจุดขาย ซึ่งเมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้ประกาศให้พื้นที่ 3 จังหวัด 15 อำเภอ 142 ท้องถิ่น ซึ่งเป็นพื้นที่ชายขอบรอบทะเลสาบสงขลา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้ว และคัสเตอร์สุดท้าย ส่วนในพื้นที่ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.ปัตตานี จ.ยะลา จ.นราธิวาส จะให้เป็นที่ท่องเที่ยวเชิงพหุสังคมและศิลปะ แปรสภาพของพื้นที่ไม่สงบและวุ่นวายมาเป็นการสร้างการท่องเที่ยวสู่สันติภาพ

“เรื่องทั้งหมดได้ทำแล้ว หากภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาล ก็จะได้ขับเคลื่อนให้เป็นผลสำเร็จ และอีกหลายนโยบายของภูมิใจไทย ที่ประชาชนต้องการให้เกิดขึ้น คือ เรื่องของการประกันชีวิตประชาชนที่มีอายุ 60 ปี ในวงเงิน 100,000 บาท โดยที่ประชาชนไม่ต้องจ่ายเงินเอง และผู้ที่ประกันตนกู้เงินในวงเงินประกันมาเพื่อการลงทุนได้ โดยไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย หากเสียชีวิตลงเหลือเท่าไหร่ครอบครัวก็รับไป นโยบายนี้สอดคล้องกับสังคมไทยที่เป็นสังคมผู้สูงอายุ ที่ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น เช่นเดียวกับนโยบายพักหนี้ในวงเงิน 1 ล้านบาท เป็นเวลา 3 ปี โดยมีการพักดอกเบี้ย ไม่มีการนำดอกเบี้ยไปรวมกับเงินต้น เพื่อให้ประชาชนได้พักหนี้หลังการระบาดของโควิด-19 ประชาชนภาคใต้ให้โอกาสเรา เชื่อมั่นเรา เพราะเราคือภูมิใจไทย พูดแล้วทำ” นายพิพัฒน์ กล่าว

Relate topics